บทวิเคราะห์ด้านความถูกต้องของรายได้โรงพยาบาล

การลงรหัสของคุณรั่วอยู่หกจุด
แต่ทั้งหมดคือปัญหาเดียว

ลงรหัสต่ำกว่าจริง เคลมถูกปฏิเสธ ความเสี่ยงจากการตรวจสอบ ค่ายาที่เบิกไม่ผ่าน การค้นหารหัสที่ถูกต้อง และเวชระเบียนที่บันทึกไม่ครบ ปัญหาเหล่านี้ดูแยกจากกัน ทำให้ทีมเบิกจ่ายของโรงพยาบาลต้องรับมือถึงหกเรื่องด้วยเครื่องมือหกชุด ทั้งที่แท้จริงแล้วคือปัญหาเดียวกัน ฐานความรู้ที่กำกับดูแลได้เพียงชุดเดียวจัดการได้ครบทั้งหกเรื่อง ตั้งแต่ก่อนส่งเบิก พร้อมอ้างอิงแหล่งที่มาได้ และตรวจทานเป็นตัวเงินด้วยมือได้

หกเรื่องเร่งด่วน

แต่ละวันของคุณคือการไล่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าทีละเรื่อง

ถ้าคุณเป็นคนรับผิดชอบการเบิกจ่ายของโรงพยาบาล แต่ละเรื่องเหล่านี้เข้ามาหาคุณแยกกัน เป็นวิกฤตคนละเรื่อง ที่มีเครื่องมือและสเปรดชีตคนละชุด:

ลงรหัสต่ำกว่าจริง

โรคร่วมที่บันทึกไว้ชัดเจนในเวชระเบียนกลับไม่ได้ถูกลงรหัส ทำให้ DRG ตกไปอยู่ระดับความรุนแรงที่ต่ำลง โรงพยาบาลจึงได้รับชำระน้อยกว่าที่ควร โดยไม่มีสิ่งใดแจ้งเตือน

ลงรหัสเกินจริง

ผู้ตรวจสอบตั้งคำถามกับเคลมที่เบิกในระดับความรุนแรงที่เวชระเบียนไม่รองรับ ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะถูกเรียกเงินคืนและถูกปรับ

ถูกปฏิเสธ

เมื่อเคลมถูกปฏิเสธ ต้องมีเจ้าหน้าที่ไปค้นเวชระเบียนและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำหนังสืออุทธรณ์ด้วยมือ

ค่ายาเสี่ยงถูกเรียกคืน

ค่ายา vancomycin มีความเสี่ยงที่จะถูกเรียกคืน เนื่องจากรหัสวินิจฉัยเชื้อดื้อยาที่ใช้รองรับการสั่งจ่ายไม่ได้ถูกลงไว้

รหัสไหนถูก?

เจ้าหน้าที่ลงรหัสไม่แน่ใจว่าควรใช้รหัสใด ในขณะที่คู่มือรหัสมีความหนานับพันหน้าในรูปแบบไฟล์ PDF

เวชระเบียนบันทึกไม่ครบ

เวชระเบียนมีการบันทึกที่ไม่ครบถ้วนมาตั้งแต่ต้น ทำให้รหัสที่ถูกต้องไม่มีหลักฐานรองรับตั้งแต่แรก

หกเรื่องเร่งด่วน หกเครื่องมือ หกสเปรดชีต หกงานที่ต้องนั่งทำมือ แต่สิ่งที่แทบไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ คือ มันคือเรื่องเดียวกัน

หนึ่งคำถาม

หกปัญหา ที่มาจากคำถามเดียว

ทุกเรื่องข้างต้นคือการตรวจสอบเรื่องเดียวกัน เพียงแต่ถามจากคนละมุม:

รหัสที่ลงในเคลมนี้ตรงกับคู่มือรหัส อัตราเบิกจ่าย และสิ่งที่เวชระเบียนบันทึกไว้จริงหรือไม่? ถามคำถามนี้หกแบบ คุณก็จะได้ 'เครื่องมือ' ทั้งหกกลับมา

หกคำถามของการลงรหัสรวมเป็นฐานความรู้เดียว ทุกคำตอบอ้างอิงถึงกติกาและตรวจเป็นบาทได้ โดยมีมนุษย์อนุมัติก่อนส่งเบิก

จับรหัสที่ตกหล่น

(รายได้) มีรหัสวินิจฉัยที่เพิ่มระดับความรุนแรง ซึ่งบันทึกไว้แล้วแต่ไม่ถูกลง อยู่ตรงไหนบ้าง?

จับรหัสที่ไม่มีหลักฐานรองรับ

(compliance) มีรหัสวินิจฉัยใดที่เวชระเบียนไม่รองรับ?

จัดการเคลมที่ถูกตีกลับ

(อุทธรณ์) กฎที่ใช้ตัดสินคืออะไร หลักฐานในเวชระเบียนอยู่ที่ใด และร่างเป็นหนังสืออุทธรณ์ให้พร้อม

จับคู่ยากับการวินิจฉัย

(เภสัชกรรม) ยาราคาสูงแต่ละตัวมีรหัสวินิจฉัยที่รองรับการสั่งจ่ายครบหรือไม่?

แนะนำรหัสที่ถูกต้อง

(การค้นหา) เวชระเบียนฉบับนี้รองรับรหัส ICD-10-TM / TDRG ตัวไหนได้บ้าง?

เติมเวชระเบียนให้ครบ

(ต้นทาง) ขาดอะไรไป รหัสถึงจะมีหลักฐานรองรับ?

คู่มือรหัสชุดเดียวกัน อัตราเบิกจ่ายชุดเดียวกัน เวชระเบียนชุดเดียวกัน คนละคำถาม แต่ฐานความรู้เดียว นี่คือแพลตฟอร์มของ Infozense สำหรับการจัดการความรู้ในองค์กรของคุณ ฐานเดียวที่กำกับดูแลได้ ตอบได้หลายคำถาม

ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ตัวเลขลอย ๆ

AI ชี้จุดที่รั่ว ตัวเลขเงินตรวจสอบได้ด้วยตนเอง

โดยทั่วไป ระบบ AI มักระบุจำนวนเงินที่จะกู้คืนได้ให้ตั้งแต่ยังไม่ได้ตรวจข้อมูลจริงของโรงพยาบาล แต่เราไม่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากจำนวนเงินที่แท้จริงขึ้นอยู่กับ case mix และอัตราการจ่ายตามสิทธิ์ของแต่ละโรงพยาบาล จึงไม่อาจประเมินไว้ล่วงหน้าได้ ทั้งนี้ ตัวเลขที่กำหนดขึ้นโดยไม่มีข้อมูลรองรับ ย่อมเป็นสิ่งแรกที่ฝ่ายการเงินพึงตั้งข้อสังเกต

สิ่งที่ช่วยได้คือระบบทำหน้าที่ตรวจหารูรั่วที่มักไม่ปรากฏในรายงานทั่วไป กล่าวคือ เคลมที่มีสถานะ 'จ่ายแล้ว' แต่ได้รับชำระต่ำกว่าที่เวชระเบียนรองรับ อันเป็นผลจากการที่รหัสซึ่งควรเลื่อนระดับของเคสตกหล่นไป เมื่อเคลมไม่ถูกปฏิเสธ จึงไม่มีระบบใดแจ้งเตือน และรายได้ส่วนนี้สูญไปโดยไม่มีการบันทึก ระบบจะแสดงช่องว่างดังกล่าวให้เห็นได้ตามความรู้ที่ป้อนให้ระบบ

มูลค่าที่เป็นตัวเงินอ้างอิงจากกติกาที่โรงพยาบาลใช้อยู่แล้ว ได้แก่ ค่าน้ำหนัก TDRG และอัตราการจ่ายตามสิทธิ์ ทั้งสิทธิ์ข้าราชการ บัตรทอง และประกันสังคม ฝ่ายการเงินจึงสามารถตรวจสอบได้เองทุกรายการ สำหรับจำนวนเงินที่ตกหล่นจริงของแต่ละโรงพยาบาล จะวัดผลจากข้อมูลจริงในระยะ pilot

ออกแบบให้ปกป้องได้

AI ที่แม้แต่ผู้ตรวจสอบก็ไว้ใจได้

การสร้างเครื่องมือที่คอยหาแต่รหัสที่ทำให้ยอดเบิก สูงขึ้น นั้นทำได้ง่าย ซึ่งก็คือโปรแกรมลงรหัสเกินจริง (upcoding) อันเป็นสิ่งที่หน่วยงานกำกับจับตาเป็นพิเศษ แต่ระบบนี้ทำในทางตรงกันข้าม และมีสามสิ่งที่ทำให้ผ่านการตรวจสอบได้:

ทำงานสองทาง

ระบบชี้ทั้งรหัสที่ลงต่ำกว่าจริง (รายได้ที่ควรได้) และรหัสที่ลงเกินจริง (ความเสี่ยงที่ควรตัดออก) นี่คือความถูกต้องของการลงรหัส ไม่ใช่การไล่เพิ่มรายได้ และความถูกต้องนี้เองที่ยืนหยัดได้เมื่อถูกตรวจสอบ

ทุกข้อค้นพบอ้างอิงแหล่งที่มา

กฎที่ได้กลับมาระบุแหล่งที่มาเสมอ ทั้งคู่มือ TDRG และบทใน ICD-10-TM ไม่ใช่ความเห็นของโมเดล เจ้าหน้าที่สามารถเปิดดูหน้านั้นเพื่อตรวจสอบเองได้

มีมนุษย์เป็นผู้อนุมัติ

ระบบทำหน้าที่ 'แนะนำ' ส่วนเจ้าหน้าที่ลงรหัสเป็นผู้ 'อนุมัติ' ไม่มีการส่งเบิกโดยอัตโนมัติ ความรับผิดชอบยังคงอยู่กับบุคคลที่ระบุชื่อได้ ตรงตามที่หน่วยงานกำกับคาดหวัง

เริ่มได้ง่าย

เริ่มได้โดยไม่ต้องลงทุนฮาร์ดแวร์ใหม่

การทำ pilot ไม่ได้บังคับให้โรงพยาบาลของคุณต้องซื้อ GPU หรือวางระบบใหม่ เรายืดหยุ่นเรื่องวิธีและสถานที่ในการรัน และทำงานภายใต้ PDPA กับกฎการกำกับดูแลข้อมูลของคุณ การทดลองจึงเริ่มได้ง่าย และการจัดการข้อมูลปรับให้เข้ากับระบบของคุณ ไม่ใช่ให้คุณปรับตามเรา

สรุป

ปัญหาเดียว ฐานความรู้เดียว

คุณไม่ได้มีปัญหาการลงรหัสหกเรื่อง แต่มีเพียงเรื่องเดียว นั่นคือ เคลมที่ยังไม่สอดคล้องกับเวชระเบียน ซึ่งที่ผ่านมาต้องรับมือด้วยเครื่องมือหกชุดและงานล่วงเวลาจำนวนมาก ฐานความรู้ที่กำกับดูแลได้เพียงชุดเดียวจัดการได้ครบทั้งหกเรื่อง ตั้งแต่ก่อนส่งเบิก อ้างอิงได้ และตรวจทานด้วยเครื่องคิดเลขได้

นอกเหนือจากการเบิกจ่าย

ฐานความรู้เดียว ใช้ได้หลายงาน

การตรวจสอบความถูกต้องของรายได้เป็นเพียงงานแรกที่เรานำระบบเข้าไปใช้ เนื่องจากเห็นผลตอบแทนได้เร็ว อย่างไรก็ตาม ระบบไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการลงรหัสเพียงอย่างเดียว เมื่อป้อนชุดกติกาที่แตกต่างออกไป ระบบสามารถตรวจสอบในลักษณะเดียวกันได้กับงานด้านอื่น เช่น การเตรียมความพร้อมด้านการกำกับและการตรวจสอบ การทบทวนความครบถ้วนของเวชระเบียน การจับคู่ยากับบัญชียาและการวินิจฉัย ตลอดจนการจัดทำรายงานตามข้อกำหนด ทั้งนี้ สิ่งที่เปลี่ยนคือฐานความรู้ที่ป้อนเข้าไป ส่วนวิธีการ การอ้างอิงแหล่งที่มา และการอนุมัติโดยมนุษย์ ยังคงเหมือนเดิม การเบิกจ่ายจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ขอบเขตทั้งหมด

อ่านต่อ: ภาคสอง รั่วเท่าไรถึงคุ้มลงทุนซ่อม →

ร่วมทำ Pilot

มาดูกันว่ามันเจออะไรในการลงรหัสของคุณ

เรารับทำ pilot กับเคสลักษณะนี้ได้ เป็นการตรวจสอบแบบวัดผลกับตัวอย่างเคสจริงของคุณ แสดงให้เห็นทีละบรรทัดเป็นตัวเงินบาท ว่ารายได้รั่วตรงไหนและความเสี่ยงอยู่ตรงไหน หากสนใจ ติดต่อเราเข้ามาได้เลย แล้วมาดูความเป็นไปได้ด้วยกัน ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร ผลที่ได้เป็นของคุณ

พูดคุยกับเรา